Wednesday, May 1, 2013

คำเป็น คำตาย

คำเป็น คำตาย
        คำเป็น  
                ๑. เป็นคำที่ผสมด้วยสระเสียงยาวในแม่ ก กา เช่น ป้า มี ปู
                ๒. เป็นคำที่มีตัวสะกดอยู่ในแม่กง กน กม เกย เกอว เช่น จง มั่น ชม เชย ดาว
        คำตาย
                ๑. เป็นคำที่ผสมด้วยสระเสียงสั้นในแม่ ก กา เช่น จะ ปะ ทุ
                ๒. เป็นคำที่มีตัวสะกดในแม่ กก กด กบ เช่น นัด พบ นก

หน้าที่ของพยัญชนะ

หน้าที่ของพยัญชนะ
        ๑. เป็นพยัญชนะต้น คือ  พยัญชนะซึ่งอยู่ต้นพยางค์ พยัญชนะทุกตัวทำหน้าที่เป็นพยัญชนะต้นได้
        ๒. เป็นตัวสะกด คือ พยัญชนะที่อยู่ท้ายพยางค์มี ๘ เสียง เรียกว่ามาตราสะกด ได้แก่     
                แม่กน  มี น เป็นตัวสะกด และตัวอื่นทำหน้าที่เป็นตัวสะกดแทนได้ ได้แก่ น  ญ ณ ร ล ฬ
                แม่กง   มี ง เป็นตัวสะกด
                แม่กม   มี ม เป็นตัวสะกด
                แม่เกอว มี ว เป็นตัวสะกด
                แม่กก   มี ก เป็นตัวสะกด และตัวอื่นทำหน้าที่เหมือนตัว ก ได้แก่ ก ข ค ฆ
                แม่กด   มี ด เป็นตัวสะกดและตัวอื่นทำหน้าที่เหมือนตัว ด ได้แก่ ด จ ช ซ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ด ถ ท ธ
                แม่กบ   มี บ เป็นตัวสะกด และตัวอื่นทำหน้าที่เหมือนตัว บ ได้แก่ บ ป พ ฟ  ภ         
             เสียงพยัญชนะท้ายพยางค์หรือพยัญชนะสะกด เช่น
                /ก/ มัก มรรค สุก สุด เมฆ                /ด/ บาท ชาติ  คาด กฎหมาย ปรากฏ
                /บ/ บาป พาบภาพ ลาภ กราฟ          /ง/ ทาง องค์
                /น/ กาน บริเวณ เรียน กาล กาฬ      /ม/ คำ ธรรม             
                /ย/ ได ใย ชัย อาย                         /ว/ เสา สาว
        ๓. เป็นตัวการันต์ คือ พยัญชนะที่อยู่ท้ายแต่ไม่ออกเสียงส่วนมากมาจากภาษาอื่น
        ๔. เป็นตัวอักษรควบ คือ พยัญชนะที่ออกเสียงกล้ำกับ ร ล ว
        ๕. เป็นอักษรนำ คือ พยัญชนะ ๒ ตัวประสมกันสระเดียวกันแต่ออกเสียง ๒ พยางค์
        ๖. พยัญชนะที่เป็นรูปสระด้วย คือ ย ว อ
        ๗. พยัญชนะอัฒสระ คือ พยัญชนะที่มีเสียงกึ่งสระ ได้แก่ ย (อิ อี) ร (ฤ ฤา) ล (ฦ ฦา) อ (อุ อู  )
        ๘. พยัญชนะที่ไม่ใช้เป็นตัวสะกด ได้แก่ ฌ ฉ ผ ฝ ห อ ฮ (ฃฅ)
        ๙. พยัญชนะทีทำไม่ใช้ในปัจจุบัน คือ ฃ ฅ

อักษรคู่ อักษรเดี่ยว

อักษรคู่ อักษรเดี่ยว
        อักษรต่ำ ๒๔ ตัว แบ่งออกเป็น ๒ พวก คือ
                - อักษรต่ำคู่ คือ อักษรที่มีเสียงคู่กับอักษรสูง มี ๑๔ ตัว (พยัญชนะแถวที่ ๓, ๔) ได้แก่
                        ค ต ฆ   คู่กับ  ข
                        ฑ ฒ ท ธ  คู่กับ  ฐ ถ    
                        ช ฌ  คู่กับ  ฉ
                        พ ภ  คู่กับ  ผ
                        ฮ  คู่กับ  ห              
                        ซ  คู่กับ  ศ ษ ส
                        ฟ  คู่กับ  ฝ

               - อักษรต่ำเดี่ยว คือ อักษรต่ำที่เสียงไม่คู่กับอักษรสูง  มี ๑๐ ตัว (พยัญชนะแถวที่ ๕ กับเศษวรรค ย ร ล ว ฬ) ได้แก่ ง ญ ณ น ม ย ร ล ว ฬ เช่น งู ใหญ่นอน อยู่ ณ ริม วัด

พยัญชนะวรรค

พยัญชนะวรรค
        พยัญชนะในภาษาไทย แบ่งออกเป็นวรรคตามฐานกรณ์ที่เกิดเสียง  จัดลำดับตามจากแหล่งกำเนิดเสียงด้านในสุดออกมาตามลำดับ
        ประโยชน์จากการแบ่งวรรคทำให้เกิดประโยชน์ทางหลักภาษาในเรื่อง อักษรสังโยค ไตรยางค์ อักษรคู่ อักษรเดี่ยว
        ตารางการจัดพยัญชนะ      

ฐานที่เกิด  
ไตรยางค์ 
 วรรคที่ 
แถวที่ 
อักษร
กลาง
อักษร
สูง
อักษร
ต่ำ (คู่)
อักษร
ต่ำ (คู่)
๔ 
อักษรต่ำ

(เดี่ยว)
เศษวรรค
  กัณฐชะ (คอ) ข ฃ ค ฅ  ห อ ฮ
  ตาลุชะ (เพดาน) ช ซ ยศ
  มุทธชะ (ปุ่มเหงือก) ฎฏ ร ษ ฬ
  หันตะชะ (ฟัน) ดต ล ส
  โอฐชะ (ริมฝีปาก) บ ป  ผ ฝ  พ ฟ    ม    ว

อักษร

อักษรสังโยค
        อักษรสังโยค หรือหลักตัวสะกดตัวตาม เป็นหลักในการประสมอักษรในภาษาบาลี ช่วยให้เขียนหนังสือใช้ตัวสะกดการันต์ได้ถูกต้อง มีหลักปรากฏดังนี้
                - ถ้าพยัญชนะแถวที่ ๑ เป็นตัวสะกดแถวที่  (หรือแถวตัวเอง) เป็นตัวตาม เช่น
                        บุปผา (ป เป็นตัวสะกด ผ เป็นตัวตาม)
                        อัจฉรา (จ เป็นตัวสะกด ฉ เป็นตัวตาม)
                - ถ้าพยัญชนะแถวที่ ๓ เป็นตัวสะกด แถวที่ ๔ (หรือตัวเอง) เป็นตัวตาม
                        - ถ้าพยัญชนะแถวที่ ๕ เป็นตัวสะกดทุกตัวในวรรคตามได้หมด  (รวมทั้งตัวเองด้วย)
                เช่น    สังขาร (ง เป็นตัวสะกด ข เป็นตัวตาม)
                        สัญจร  (ญ เป็นตัวสะกด จ เป็นตัวตาม)
                        สมภพ  (ม เป็นตัวสะกด ภ เป็นตัวตาม)
                - พยัญชนะเศษวรรคที่เป็นตัวสะกดตัวเองตาม คือ ย ล ส
ไตรยางค์
        ไตรยางค์ คือ อักษร ๓ หมู่ที่แยกเป็นกลุ่ม ๆ ตามลำดับเสียง
                อักษรสูง มี ๑๑ ตัว คือ  ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ษ ส ห คือ พยัญชนะแถวที่ ๒ จากตารางทั้งหมด เช่น ผี ฝาก ไข่ ใส่ ถุง ให้ ฉัน
                อักษรกลาง มี ๙ ตัว คือ ก จ ฎ ฏ ด ต บ ป อ คือ พยัญชนะแถวที่ ๑ จากตารางทั้งหมด เช่น ไก่ จิก เด็ก ตาบ บน ปาก โอ่ง
                อักษรต่ำ มี ๒๔ ตัว คือ ค ฅ ฆ ง ช ซ ฌ ญ ณ ท ธ ฑ ฒ น พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ฬ ฮ คือ พยัญชนะแถวที่ ๓, ๔ และ ๕
        ประโยชน์ของไตรยางค์ ช่วยในการผันอักษรให้มีเสียง และความหมายใกล้เคียงกับเสียงธรรมชาติมากที่สุด

Tuesday, April 30, 2013

คำอุทาน

 คำอุทาน คือ คำที่เปล่งออกมาเพื่อแสดงอารมณ์หรือความรู้สึกของผู้พูด มักจะเป็นคำที่ไม่มีความหมาย แต่เน้นความรู้สึก
และอารมณ์ของผู้พูด เสียงที่เปล่งออกมาเป็นคำอุทานนี้ แบ่งเป็น 3 ลักษณะ

1. เป็นคำ เช่น โอ๊ย ว้าย แหม โถ เป็นต้น
2. เป็นวลี เช่น พุทโธ่เอ๋ย คุณพระช่วย ตายละว้า เป็นต้น
3. เป็นประโยค เช่น ไฟไหมเจ้าข้า ป้าถูกรถชน เป็นต้น
          คำอุทานแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
          1. อุทานบอกอาการ ใช้เปล่งเสียงเพื่อบอกอาการและความรู้สึกต่างๆของผู้พูด เช่น
ร้องเรียก หรือบอกเพื่อให้รู้สึกตัว เช่น แน่น เฮ้ โว้ย เป็นต้น
โกรธเคือง เช่น ชิชะ ดูดู๋ เป็นต้น
ตกใจ เช่น ตายจริง ว้าย เป็นต้น
สงสาร เช่น อนิจจา โถ เป็นต้น
โล่งใจ เช่น เฮ้อ เฮอ เป็นต้น
ขุ่นเคือง เช่น อุวะ แล้วกัน เป็นต้น
ทักท้วง เช่น ฮ้า ไฮ้ เป็นต้น
เยาะเย้ย เช่น หนอย ชะ เป็นต้น
ประหม่า เช่น เอ้อ อ้า เป็นต้น
ชักชวน เช่น นะ น่า เป็นต้น
          2. อุทานเสริมบท คือ คำพูดเสริมขึ้นมาโดยไม่มีความหมาย อาจอยู่หน้าคำ หลังคำหรือแทรกกลางคำ เพื่อเน้นความหมาย ของคำที่จะพูดให้ชัดเจนขึ้น เช่น อาบน้ำอาบท่า ลืมหูลืมตา กินน้ำกินท่า ถ้าเนื้อความมีความหมายในทางเดียวกัน เช่น ไม่ดูไม่แล ร้องรำทำเพลง เราเรียกคำเหล่านี้ว่า คำซ้อน

คำสันธาน

 คำสันธาน คือ คำที่ทำหน้าที่เชื่อมคำกับคำ เชื่อมประโยคกับประโยค เชื่อมข้อความกับข้อความ หรือข้อความให้สละสลวย
คำสันธานมี 4 ชนิด คือ
          1.เชื่อมใจความที่คล้อยตามกัน ได้แก่คำว่า กับ และ , ทั้ง…และ , ทั้ง…ก็ , ครั้น…ก็ , ครั้น…จึง , พอ…ก็   ตัวอย่างเช่น
พออ่านหนังสือเสร็จก็เข้านอน
พ่อและแม่ทำงานเพื่อลูก
ฉันชอบทั้งทะเลและน้ำตก
ครั้นได้เวลาเธอจึงไปขึ้นเครื่องบิน
          2.เชื่อมใจความที่ขัดแย้งกัน ได้แก่คำว่า แต่ , แต่ว่า , ถึง…ก็ , กว่า…ก็  ตัวอย่างเช่น
กว่าตำรวจจะมาคนร้ายก็หนีไปแล้ว
เขาอยากมีเงินแต่ไม่ทำงาน
ถึงเขาจะโกรธแต่ฉันก็ไม่กลัว
เธอไม่สวยแต่ว่านิสัยดี
          3.เชื่อมใจความเป็นเหตุเป็นผลกัน ได้แก่คำว่า จึง , เพราะ…จึง , เพราะฉะนั้น…จึง ตัวอย่างเช่น
เขาวิ่งเร็วจึงหกล้ม ฉันกลัวรถติดเพราะฉะนั้นฉันจึงออกจากบ้านแต่เช้า
เพราะเธอเรียนดีครูจึงรัก เขาไว้ใจเราให้ทำงานนี้เพราะฉะนั้นเราจะ
เหลวไหลไม่ได้
          4.เชื่อมใจความให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่คำว่า หรือ หรือไม่ก็ , ไม่เช่นนั้น , มิฉะนั้น ตัวอย่างเช่น
เธอต้องทำงานมิฉะนั้นเธอจะถูกไล่ออก
ไม่เธอก็ฉันต้องกวาดบ้าน
นักเรียนจะทำการบ้านหรือไม่ก็อ่านหนังสือ
คุณจะทานข้าวหรือก๋วยเตี๋ยว
หน้าที่ของคำสันธาน
1.เชื่อมคำกับคำ เช่น
ฉันเลี้ยงแมวและสุนัข นิดกับหน่อยไปโรงเรียน
2.เชื่อมข้อความ เช่น
คนเราต้องการปัจจัย 4 ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องประกอบอาชีพเพื่อให้ได้เงินมาซื้อ
3.เชื่อมประโยคกับประโยค เช่น
พี่สาวสวยแต่น้องฉลาด เพราะเขาขยันจึงสอบได้
4.เชื่อมความให้สละสลวย เช่น
เขาก็เป็นคนดีคนหนึ่งเหมือนกัน คนเราก็มีเจ็บป่วยบ้างเป็นธรรมดา